หญิงใดหอมดั่งดอกไม้… เปรียบเสมือนนางฟ้านางสวรรค์ลงมาจุติ

ชาตัวหอม ถูกคิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเสริมเสน่ห์ให้เหล่านางในค่ะ

เชื่อกันว่าเมื่อดื่มชาตัวหอมเข้าไปแล้ว จะช่วยให้ขับเหงื่อ เหงื่อแรกจะขับของเสียออกมา และเหงื่อที่สอง จะให้กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยของดอกไม้ที่ผสมในชา

เปิดสูตรชาตัวหอม ตำหรับชาววัง มีอะไรบ้างตามลิภัสร์มาเลยค่า

ดอกไม้และสมุนไพรที่นำมาทำชาตัวหอมนั้น ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักๆ คือ

  • ส่วนที่ 1 ขับเหงื่อ ได้แก่ ขลู่
  • ส่วนที่ 2 เพิ่มการไหลเวียนเลือด เมื่อเลือดไหลเวียนดีเหงื่อก็จะออกง่ายขึ้น ได้แก่ ใบบัวบก
  • ส่วนที่ 3 ทำให้ตัวหอม ได้แก่ กระดังงา ดอกจำปีและดอกลีลาวดี

วิธีชงชาตัวหอม ให้หอมฟุ้ง สุดฟิน ~

  • เตรียมส่วนผสมชาตัวหอม
    • ขลู่ 15 กรัม
    • ใบบัวบก 15 กรัม
    • ดอกลีลาวดี 5 กรัม
    • ดอกกระดังงา 5 กรัม
    • ดอกจำปีจำปา 5 กรัม
  • นำไปล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปตากจนแห้ง
  • เตรียมน้ำปริมาณ 1.3 ลิตร แล้วต้มให้เดือด
  • ปิดเตา และวางทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
  • นำสมุนไพรใส่กาน้ำชาไว้ เทน้ำร้อนลวกชาด้วยแบบเร็ว ๆ ทิ้งก่อน 1 รอบ
  • เทน้ำร้อนลงไปอีกครั้ง สกัดชาทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที

ชาตัวหอม ชงซ้ำได้ 2-3 ครั้ง หรือจนกว่ารสชาติเจือจางค่ะ และด้วยสูตรชาตัวหอม ไม่มีส่วนผสมของใบชาจริงๆ จึงไม่มีคาเฟอีน และไม่มีรสขมเลย ทำให้ดื่มง่ายมาก จิบได้เรื่อยๆตลอดทั้งวันเลย

สำหรับใครที่อยากมีกลิ่นตัวหอมฟุ้ง ลิภัสร์แนะนำให้ ดื่มต่อเนื่อง 2-3 สัปดาห์ โดยพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรงไปด้วยนะคะ

เว็บไซต์ของเรามีการเก็บ Cookies เพื่อช่วยให้คุณมีประสบการณ์การใช้ที่ดียิ่งขึ้น การใช้เว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับ นโยบายการเก็บ Cookies ของเรา